แด่… ทหารและตำรวจ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้
คุณทำได้มากกว่าการยืนไว้อาลัย…

พวกเรา
.
.
.
.
ลองมองให้ไกลจากตัว
.
.
.
.
ที่เราทุกวันนี้
.
.
.
.
สามารถใช้ชีวิต
.
.
.
.
ได้อย่างใจต้องการ

สามารถเดินป่าชื่นชมธรรมชาติ


มีเพลงเพราะๆฟัง




สนุกกับการกีฬา


มีความสุขกับเพื่อนๆ


เพลิดเพลินไปกับไอติมถ้วยโต


ภิรมย์กับเบาะนุ่มๆและหนังอินเทรนด์


.
.
.
.
พวกเรา
.
.
.
.
.
ลองมองให้ไกลจากตัวหน่อยดีไหม
.
.
.
ที่ๆเราอาจหลงลืม
.
.
.
.
เพราะเราไม่ได้เห็นด้วยตา หรือรับรู้กับตัว
.
.
.
.
คุณรู้ไหมว่า ทุกวันนี้
.
.
.
.
เราใช้ชีวิต
.
.
.
.
อยู่บนความเสียสละของใคร

.
.
.
.
แล้วทุกครั้งทุกคราวที่เรารับรู้ข่าวสารของการสูญเสีย
.
.
.
.
นี่เป็นเพียงสิ่งที่เราทำได้เพื่อคนที่พลีชีพเพื่อชาติเท่านั้นเหรอ



.
.
.
.
เรา…ทำอะไรได้มากกว่านี้ไหม?
.
.
.
.
โครงการไทยช่วยสันติสุข ครั้งที่ 2

.
.
.
.
ขอ เชิญร่วมบริจาคสมทบทุนจัดซื้ออุปกรณ์ช่วยรบ ( รถจักรยานยนต์ เสื้อเกราะ เวชภัณฑ์ วิทยุสื่อสาร ฯลฯ ) มอบให้กับเจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจที่ปฎิบัติภารกิจในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้แก่ทหารหาญผู้เสียสละ ร่วมแบ่งเบาภาระในการปฎิบัติหน้าที่และเสริมสร้างกำลังใจให้แก่วีรบุรุษนัก รบของชาติในยามที่พวกเขายังมีลมหายใจอยู่..
มาซิค่ะ.. ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในสายธารแห่งน้ำใจครั้งนี้ด้วยกันกับชมรมไทยช่วยสันติสุข..
เปิดรับบริจาคตั้งแต่วันนี้ และจะปิดรับบริจาควันสุดท้ายในวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2551
บริจาคเงินสมทบทุนเพื่อจัดซื้ออุปกรณ์ช่วยรบ

ชื่อบัญชี ไทยช่วยสันติสุข
เลขที่บัญชี 186 – 2 – 11816 – 1
บัญชีออมทรัพย์ ธนาคารทหารไทย สาขาโรงพยาบาลเซ็นต์หลุยส์
ต่างประเทศ สามารถร่วมบริจาคได้ค่ะ
SWIFT : TMBKTHB
A/C Name : THAI CHUAY SANTISUK A/C No : 186 – 2 – 11816 – 1
และส่งสลิปการโอนเงิน ที่ slip.thaisantisook@gmail.com
พร้อม แจ้งชื่อผู้โอน จำนวนเงินและรายชื่ออุปกรณ์ช่วยรบที่สนับสนุน ลงบทสลิป แล้วถ่ายรูป หรือสแกนสลิปส่งมาให้แผนกการเงินของโครงการฯ หลังจากได้รับสลิปโอนเงินจากท่านแล้วทางชมรมจะตอบอีเมลกลับพร้อมทั้งแจ้ง ลิงค์ให้ตรวจสอบสลิปและบัญชีการรับบริจาคอีกครั้งหนึ่ง
ดูรายละเอียดการส่งสลิปโอนเงิน คลิ๊กที่นี้ค่ะ
ต้องการข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ
http://thaisantisook.exteen.com หรือส่งอีเมลมาที่ thaisantisook@gmail.com
คลิ๊กที่นี้ เพื่ออ่านประวัติ ผลงาน และความเป็นมาของโครงการไทยช่วยสันติสุขค่ะ
คลิ๊กที่นี้ เพื่ออ่านรายละเอียดโครงการไทยช่วยสันติสุข ครั้งที่ 2 และคณะการทำงาน
คลิ๊กที่นี้ เพื่อตรวจสอบเอกสารของโครงการฯ ค่ะ
คลิ๊กที่นี้ เพื่อตรวจสอบคุณภาพมาตรฐาน เสื้อเกราะ ที่โครงการฯ จะสั่งซื้อ
คลิ๊กที่นี้ เพื่อตรวจสอบรายชื่อคณะกรรมการสาย ที่ลงชื่อรับอนุเคราะห์เสื้อเกราะแล้ว
คลิ๊กที่นี้ เพื่อชมภาพชุดความสูญเสียในการปฎิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ใน 3 จวต. ค่ะ
คลิ๊กที่นี้ เพื่อชมสื่อรวมประชาสัมพันธ์โครงการไทยช่วยสันติสุข ครั้งที่ 2 ทั้งหมดค่ะ
คลิ๊กที่นี้ เพื่อร่วมกิจกรรม สารรักถึงนักรบ ส่งจดหมายให้กำลังใจทหารและตำรวจใน 3 จวต.ค่ะ








กิจกรรม สารรักถึงนักรบ /โครงการไทยช่วยสันติสุข ครั้งที่ 2
คลิ๊กที่นี้ ลงชื่อร่วมกิจกรรมสารรักนักรบ ส่งจดหมายให้กำลังใจฯ

ไข่พระอาทิตย์ สูตรพระราชทานของในหลวง
ไข่ พระอาทิตย์ สูตรพระราชทานของในหลวง เป็นสูตรอาหารที่ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯพระราชทานให้กรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ นำไปตีพิมพ์ลงในหนังสือ ‘สูตรอาหารต้นตำหรับข้าวหอมมะลิไทยในครัวนานาชาติ’ โดยหนังสือเล่มนี้ได้เผยแพร่ไปทั่วโลก เพื่อประชาสัมพันธ์ข้าวหอมมะลิของไทยให้เป็นที่รู้จักของทุกประเทศ
สำหรับ ที่มาและวิธีทำ ของสูตร อาหารพระราชทาน ‘ไข่พระอาทิตย์’ กรมการค้าต่างประเทศได้อัญเชิญลายพระหัตถ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรม ราชกุมารี มาบันทึกไว้ ในหนังสือ ‘สูตรอาหารต้นตำหรับข้าวหอมมะลิไทยในครัวนานาชาติ’ ความว่า ‘เมื่อข้าพเจ้ายังเด็ก พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเคยทรงประกอบอาหารพระราชทาน เรียกว่า ไข่พระอาทิตย์’
วิธีทำ ไข่ฟองหนึ่ง ตีให้ไข่ขาวและไข่แดงเข้ากันเหมือนเวลาจะตีไข่ทำไข่เจียว (ไม่ตีมากเหมือนทำเค้ก)

ใส่ข้าวสุกประมาณทัพพีหนึ่ง เครื่องปรุงรสใส่แม็กกี้
(ที่เมืองนอกสมัยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระเยาว์ หาน้ำปลาได้ยาก แต่สมัยนี้เราชอบใส่น้ำปลามากกว่า)

ตั้งกระทะใส่น้ำมันเล็กน้อยไม่ใส่มากเหมือนทำไข่เจียว

เทไข่ผสมข้าวลงไป จนสุกตรงขอบกรอบๆ ตรงกลางแฉะๆสักนิดก็ได้

ใส่จาน
มี ผู้ถามว่าทำไมเรียกว่าไข่พระอาทิตย์ ข้าพเจ้าทูลถาม ‘ทรงเล่าว่า เมื่อส่องกล้องแล้ว พื้นผิวดวงอาทิตย์มีลายเหมือนเมล็ดข้าว ภาษาฝรั่งเศสเรียกว่า Grain de riz’
ขอจงทรงพระเจริญ 
ที่มา http://www.thaiseoboard.com/index.php/t … 396.0.html
Final Exam
ข้อสอบไฟนอล มี 3 พาร์ท จำนวนข้อสอบ 65 ข้อ
ลักษณะข้อสอบคล้ายมิดเทอมนะคะ
พาร์ท 1 – Filing Status, Total Dependent Exemption และ EIC Qualification จำนวนข้อสอบ 30 ข้อ (ข้อที่ 1-30)
พาร์ท 2 – ทดสอบความรู้ในบทเรียนทั้งหมด จำนวน 10 ข้อ (ข้อที่ 31-40)
พาร์ท 3 – ทำเคสรีเทิร์น 1 เคส แล้วเอาตัวเลขมาตอบ จำนวน 25 ข้อ (ข้อที่ 41-65)
พาร์ท 1 – Filing Status, Total Dependent Exemption และ EIC Qualification
ลักษณะข้อสอบเหมือนมิดเทอมนะคะ คือ มีลูกค้าทั้งหมดจำนวน 10 เคส อาจจะมีทริคเล็กน้อย อ่านช้าๆอ่านทีละคำ อย่าอ่านข้ามเด็ดขาดนะคะ
แต่ละเคสต้องพิจารณา Filing Status, Total Dependent Exemption และ EIC Qualification
ตัวอย่างเคสข้อสอบค่ะ ฝนยกมาแต่รายละเอียดสำคัญๆ ไม่ได้ยกคำพูดที่ต้องอ่านตอนสอบจริงๆมาด้วยนะคะ
ใน แต่ละเคส ให้พิจารณาสถานภาพสมรสในการยื่นภาษีของผู้เสียภาษีที่ควรจะใช้ / จำนวนคน exemption ทั้งหมดที่สามารถเคลมได้ และคุณสมบัติ EIC ว่าผ่านหรือเปล่านะคะ
เคสที่ 1 รอนและซู
Taxpayer รอน(45) มีรายได้ 52,000
Spouse ซู(45) มีรายได้ 38,750
สถานภาพสมรส ณ สิ้นปี – Married
มีบุตรด้วยกันสองคน บุตรทั้งสองอาศัยอยู่ด้วยตลอดทั้งปี 2008 และบุตรทั้งสองไม่ได้ซัพพอร์ทตัวเองมากกว่าครึ่ง
ไคล(18) มีรายได้ 7,200
เคธ(14) มีรายได้ 350
เคสที่ 2 จิมและลินดา
Taxpayer จิม(49) มีรายได้ 26,500
Spouse ลินดา(50) มีรายได้ 16,525
สถานภาพสมรส ณ สิ้นปี- Married
มีบุตรด้วยกันสองคน บุตรทั้งสองอาศัยอยู่ด้วยตลอดทั้งปี 2008 และบุตรทั้งสองไม่ได้ซัพพอร์ทตัวเองมากกว่าครึ่ง
ธอด(20) มีรายได้ 5,100
เธซี(15) ไม่มีรายได้
เคสที่ 3 แกรี่
Taxpayer แกรี่(53) มีรายได้ 21,000 และ ดอกเบี้ยจาก DIV 3,000
Spouse เสียชีวิตในปี 2006 และแกรี่ยื่นเสียภาษีปี 2006 ด้วยสถานภาพ Married Filing Jointly
สถานภาพสมรส ณ สิ้นปี – Unmarried
มีบุตร 1 คน บุตรอาศัยอยู่ด้วยตลอดทั้งปี 2008 และบุตรไม่ได้ซัพพอร์ทตัวเองมากกว่าครึ่ง
คลิสตัล(19) มีรายได้ 5,350
เคธ(14) มีรายได้ 350
เคสที่ 4 บ๊อบและเชริล
Taxpayer บ๊อบ(55) มีรายได้ 26,000
Spouse เชริล(49) มีรายได้ 27,850
สถานภาพสมรส ณ สิ้นปี – Married
มีบุตร 1 คน บุตรอาศัยอยู่ด้วยตลอดทั้งปี 2008 และบุตรไม่ได้ซัพพอร์ทตัวเองมากกว่าครึ่ง
ลินน์(15 ) มีรายได้ 1,325
รายละเอียดเพิ่มเติม
เช ริลย้ายออกจากบ้านไปเมื่อเดือนมีนาคม 2008 เธอไม่ต้องการยื่น Married Filing Jointly ในการเสียภาษี และเธอได้เซ็นชื่อในฟอร์ม 8332 ในการสละสิทธิการเคลมลินน์เป็น dependent
เคสที่ 5 บิล
Taxpayer บิล(26) Unmarried มีรายได้ 12,350
Brother แซค(21) Unmarried มีรายได้ 3,100
แซคอาศัยอยู่กับบิลตลอดทั้งปี
บิลจ่ายค่าใช้จ่ายในบ้านและซัพพอร์ทแซคเกินกว่าครึ่ง
เคสที่ 6 สตีฟ
Taxpayer สตีฟ(31) Unmarried มีรายได้ 26,575
Girlfriend ดีดี้(25) มีรายได้ 3,600
ดีดี้มีบุตร 1 คน คอตเตอร์(3) ไม่มีรายได้
ดีดี้และคอตเตอร์อาศัยอยู่กับสตีฟตลอดปี 2008
สตีฟจ่ายค่าใช้จ่ายในบ้านและซัพพอร์ทดีดี้และคอตเตอร์เกินกว่าครึ่ง
เคสที่ 7 อลิซาเบธ
Taxpayer อลิซาเบธ(29) มีรายได้ 36,540
มีบุตร 2 คน บุตรไม่ได้ซัพพอร์ทตัวเองมากกว่าครึ่ง
ไบรอัน(3) ไม่มีรายได้
แมรี่(5) ไม่มีรายได้
อลิซาเบธจ่ายค่าใช้จ่ายในบ้านและซัพพอร์ทบุตรทั้งสองเกินกว่าครึ่ง
รายละเอียดเพิ่มเติม
อลิ ซาเบธและบุตรทั้งสองได้ย้ายไปอยู่บ้านพ่อและแม่ในเดือนมีนาคม 2008 เป็น Basement ของบ้านพ่อและแม่ ซึ่งก่อนหน้านี้พ่อและแม่ของอลิซาเบธได้ใช้ห้องนี้เป็นห้องให้เช่ามาก่อน
เคสที่ 8 เบน
Taxpayer (46) มีรายได้ 75,000
Mother ซูซาน(81) อาศัยอยู่ที่ nursing home มีรายได้จากดอกเบี้ยเงินฝากธนาคาร 1,600 และ Social Security Benefit 9,600
เบนซัพพอร์ทซูซานเกินกว่าครึ่ง
เคสที่ 9 คาร์ล่า
Taxpayer คาร์ล่า(25) Unmarried มีรายได้ 5,750
Mother เจนนิเฟอร์(48) มีรายได้ 25,000
คาร์ล่าเป็น Full Time Student ในระหว่างเดือนมกราคม-มิถุนายน 2008
คาร์ล่ามีบุตร 1 คน แซม(1) ไม่มีรายได้
คาร์ล่าและแซมอาศัยอยู่กับเจนนิเฟอร์ตลอดทั้งปี 2008 คาร์ล่าไม่ได้ซัพพอร์ทตัวเองหรือแซมเกินกว่าครึ่ง
เคสที่ 10 ซาร่าห์
Taxpayer ซาร่าห์(53) Unmarried มีรายได้ 37,250
มีบุตร 2 คน
เบธ(22) มีรายได้ 7,250 มีบุตร 1 คน วิคกี้(2) ไม่มีรายได้
แครอล(19) Full Time Student ไม่มีรายได้
เบธ วิคกี้และแครอล อยู่กับซาร่าห์ตลอดทั้งปี 2008 และทั้งสามไม่ได้ซัพพอร์ทตัวเองมากกว่าครึ่ง
พาร์ท 2
Casualty or Theft Loss
Child Care Credit
Education Expenses
Saver’s Credit
Traditional/Roth IRA Contribution
Earned Income Credit Qualification
AGI Computing
Alimony Calculating (Included Child Support)
Taxable on Federal Tax Return
Education Tax Credit (Hope Credit)
พาร์ท 3
เคสตัวอย่าง
Taxpayer มีคู่สมรส มีบุตร 2 คน
เอกสารของ Taxpayer/Spouse
2 of W-2 – Taxpayer and Spouse
1098 – Mortgage
3 of 1099-B – Stock
1099-DIV
2 of 1099-INT – One is interest from Bank (R) and another one is municipal bond (F)
รายละเอียดเพิ่มเติมนอกเหนือจากเอกสารที่ได้รับ
Spouse มีอีกอาชีพหนึ่งเป็น Self-employed
Spouse มีการ Contribute Traditional IRA
Spouse มี Student Loan
Spouse มีบ้านให้เช่า
ทั้งคู่มี Itemize Deduction
Something (if any)
ฟอร์มที่ต้องการตัวเลขมาตอบในพาร์ทนี้
Form 1040
Schedule C-EZ
Schedule D
Schedule E
Schedule A
ระวังเรื่องการเลือกอาชีพของ Self-employment เพราะถ้าเลือกอาชีพไม่ถูกต้อง โค้ดไม่ถูกต้อง จะเสียคะแนนไป 1 แต้มจากคำถามโค้ดอาชีพ คลาสเราคุณครูตรวจแต่ตัวเลข ไม่ได้ตรวจตัวเลขโต้ดอาชีพ ตอบผิดกันหลายคนเลย รวมทั้งเราด้วย
I-751 Timeline
09-02-2009 :: Received Notice from Department of Homeland Security
09-24-2009 :: Completed Form I-751
09-25-2009 :: Sent I-751 by USPS Priority Mail/Delivery Confirmation at 10:24 AM
09-28-2009 :: Delivered I-751, 3:31 PM
09-29-2009 :: I-751 Receipt Notice Issuing
10-01-2009 :: Check was cashed
10-23-2009 :: Received ASC Appointment Notice; Notice Date: 10-19-2009
11-02-2009 :: Biometrics Taken
02-16-2010 :: Hoping get My 10 years Greencard
Diet by Sweet Basil Seed
วิธีชง ใช้เม็ดแมงลัก 1-2 ช้อนชา แช่น้ำ 1 แก้ว(250ซีซี) ปล่อยทิ้งไว้ให้พองเต็มที่ ให้กินก่อนสักครึ่งชั่วโมง ดื่มน้ำตามอีกสักแก้วก็จะทำให้กินอาหารได้น้อยลง ถ้าให้ดีควรกินก่อนอาหารมื้อเย็น เพราะมื้อเย็นหรือค่ำกินแล้วมักเข้านอนก็จะทำให้สะสมพลังงานเพิ่มความอ้วน หากเลือกกินแมงลักแช่น้ำจนพองในมื้อเย็นก็จะช่วยลดปริมาณอาหารได้ดี และยังมีส่วนช่วยเพิ่มกากใยอาหารทำให้เช้ารุ่งขึ้นขับถ่ายสะดวกปริมาณ อุจจาระเพิ่มขึ้นแก้ปัญหาท้องผูกแบบปลอดภัยด้วย
ข้อควรระวัง ต้องแน่ใจว่าแช่เม็ดแมงลักจนพองตัวเต็มที่แล้ว เพราะถ้าเม็ดแมงลักพองตัวครึ่งๆกลางๆ เมื่อลงไปอยู่ในท้องจะดูดน้ำภายในช่องทางเดินอาหารและลำไส้เกิดอาการขาดน้ำ และอาจทำให้เกิดลำไส้อุดตัน และอาจทำให้อุจจาระแข็ง ท้องผูก และท้องอืดตามมา
เม็ดแมงลักมีคุณสมบัติพิเศษ มีสารเมือกที่ขยายตัวหรือพองตัวในน้ำได้ 45 เท่า และไม่ถูกย่อยในร่างกายด้วย เม็ดแมงลักจึงช่วยเพิ่มกากใยอาหารแก้ปัญหาคนกินผักผลไม้ที่มีกากใยอาหารน้อยได้ดี และเม็ดแมงลักพองน้ำจะช่วยให้เราอิ่ม กินอาหารที่ให้พลังงานเพิ่มน้ำหนักตัวลดลง
เม็ดแมงลักเป็นอาหารที่มีแคลอรีน้อย มากๆ จึงเป็นอาหารที่เหมาะกับการลดน้ำหนัก และมีวิธีกินง่ายๆ เพียงเอาน้ำแตงโมใส่เม็ดแมงลัก แล้วนำไปแช่ให้แข็ง กินเป็นอาหารเย็น ก็จะทำให้มื้อนั้นอิ่มสบายท้อง
เนื่องจากมีการศึกษาวิจัยต่างประเทศพบว่า ใบแมงลักมีสารจำพวกสารต้านอนุมูลอิสระหลายชนิด จึงเป็นพืชสมุนไพรที่ควรรับประทานเป็นประจำ หากพิจารณาในแง่คุณค่าทางโภชนาการ วิเคราะห์แล้วพบว่า ในใบแมงลัก 100 กรัม มี แคลเซียม 350 มิลลิกรัม ฟอสฟอรัส 86 มิลลิกรัม เหล็ก 4.9 มิลลิกรัม วิตามินเอ 10,666 มิลลิกรัม วิตามินบี 1(ไทอามีน) 0.30 มิลลิกรัม วิตามินบี 2 (ไรโบฟลาวิน) 0.14 มิลลิกรัม ไนอาซิน 1.0 มิลลิกรัม วิตามินซี 78 มิลลิกรัม เส้นใยอาหาร 2.6 กรัม (มีจำนวนสูงพอสมควรจึงช่วยในการขับถ่ายได้ดี) มีคาร์โบไฮเดรต 11.1 กรัม ไขมัน 0.8 กรัม โปรตีน 2.9 กรัม ให้พลังงานกะจิดริด พลังงาน 32 แคลอรี
First Working Day
ประสบการณ์การทำงานวันแรก
หลังจากไปพิมพ์ลายนิ้วมือ Fingerprint กรอก Tax Form ที่ออฟฟิศเรียบร้อย วันรุ่งขึ้นโรงเรียนก็โทรมาปลุกตอนหกโมงเช้าเลยค่ะ บอกว่าวันนี้ต้องการให้ไปทำงานครึ่งวันเช้าค่ะ เพราะทางโรงเรียนเค้ามี Teacher Training Meeting ช่วงเช้าค่ะ แหม… งานนี้ได้เริ่มงานไวกว่าที่คาดไว้ซะอีกนะคะ โรงเรียนที่จะไปสอนเป็น High School ระดับ Grade 9-12 เป็นเด็กโตค่ะ บางคนตัวโตกว่าเราซะอีกนะคะ
Class แรกเริ่มเรียนแปดโมงเช้าค่ะ เราไปถึงโรงเรียนประมาณเจ็ดโมง ก็ไปติดต่อรายงานตัวที่ Front Office ของโรงเรียน เห็นมี Substitute Teacher ไปรายงานตัวพร้อมกะเราอีก 2-3 คนด้วยอ่ะค่ะ งานนี้ใช้ Substitute Teacher เยอะดีจัง เผอิญเจ้าหน้าที่คนที่โทรตามเราให้มาทำงานเค้าลางานน่ะค่ะ เจ้าหน้าที่ Front Office ได้รับโน้ตงานทางแฟ็กซ์จากเค้า แต่ยังงงๆ เลยต้องโทรศัพท์ไปถามให้แน่ใจอีกที พอเธอคุยโทรศัพท์ได้รับคำตอบชัดเจน เราก้อได้รับมอบหมายหน้าที่ให้ทำทันที
เธอบอกว่า เราต้องไปแทนครูห้องคอมพิวเตอร์ครึ่งวัน 3 Periods ตอนนี้เค้ายังไม่ได้เข้าประชุม ให้เราไปพบได้เลย เพราะคุณครูท่านนั้นจะฝากงานที่เราจะต้องทำและอธิบายให้เราฟังโดยตรงว่า เค้าต้องการให้เราทำอะไรบ้าง หลังจากนั้น เจ้าหน้าที่ Front Office ก้อบอกเส้นทางที่จะไปยังห้องคอมพิวเตอร์ให้เราฟัง เราก้อยังงๆกะผังโรงเรียน เลยมีเจ้าหน้าที่ใจดีพาเราไปที่ห้องเรียนนั้นค่ะ พาเราไปหาครูท่านนั้นเลยค่ะ ดีจังค่ะ
พอไปถึงหน้าห้องเรียน มีนักเรียนยืนรอหน้าห้องเรียนเยอะแยะเลย เค้ายังไม่อณุญาตให้นักเรียนเข้าห้องเรียนอ่ะค่ะ คุณครูคนที่เราจะไปแทนยืนอยู่ที่หน้าห้องเรียน เจ้าหน้าที่ที่พาเราไปแนะนำเราให้รู้จักคุณครูท่านนั้น หลังจากนั้น คุณครูเค้าก็พาเราไปที่ห้องเรียน และอธิบายว่าเราต้องทำอะไรในแต่ละ Period บ้าง แถมมีโน้ตบนโต๊ะให้ด้วยนะคะกันพลาด แล้วก็เปิดหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่เราต้องใช้ไว้ให้ เค้ารีบอธิบายมากๆเลย เพราะต้องรีบไปประชุมอ่ะค่ะ เราตามทันบ้าง ไม่ทันบ้างค่ะ มึนตึบเลย เออนะ… เอาน่า… เดี๋ยวก้อรู้เรื่องเองล่ะน่า ฉลาดซะอย่าง หุหุหุ
หน้าที่เราที่ต้องทำ สำหรับคลาสเรียนคอมพิวเตอร์ 3 Periods
1. เช็คชื่อนักเรียนที่เข้าเรียนว่ามาครบหรือเปล่า เสร็จแล้วก้อกรอกในใบเล็กๆ ไปติดที่หน้าประตูห้อง จะมีเจ้าหน้าที่ธุรการมารับไปตอนเช้า ทำเฉพาะชั่งโมงแรกเท่านั้น อันนี้ไม่มีใครบอกเรา เราทำทุกชั่วโมงเลย ก๊าก…. เปิ่นอีกแล้วเรา หลังจากนั้น ถ้ามีนักเรียนขาดเรียนในแต่ละ Period เราต้องป้อนข้อมูลที่เครื่องคอมพิวเตอร์ด้วยค่ะ คุณครูเค้าพิมพ์รายชื่อนักเรียนออกมาให้เราเป็นเปเปอร์ด้วยค่ะ สรุปว่าเราจะมีรายชื่อนักเรียนในมือ และสามารถดูที่เครื่องคอมพิวเตอร์ได้อ่ะค่ะ เวลาเช็คชื่อห้องคอมพิวเตอร์ค่อนข้างง่าย ไม่ต้องขานชื่อทั้งคลาส ให้ดูจากเลขเครื่องคอมพิวเตอร์ที่นักเรียนนั่งได้เลยค่ะ แต่บางครั้งเด็กจะสลับเครื่อง ต้องคอยเช็คดูดีๆค่ะ อันนี้มีวีรกรรมด้วย แล้วจะเล่าให้ฟังตอนต่อไปนะคะ
2. พอนักเรียนเข้ามาครบแล้ว สั่งให้นักเรียนเข้าไปเช็คข้อความที่คุณครูฝากไว้ในกล่องข้อความที่เครื่องคอมพิวเตอร์ อันนี้เหมือนอีเมลทั่วๆไปอ่ะค่ะ คุณครูเค้าจะใช้สั่งงานเด็กๆ ว่าต้องทำอะไรในแต่ละคลาสบ้าง ให้คอยดูว่าเด็กๆสามารถเข้าไปเช็คข้อความกันได้ทุกคนหรือเปล่านะคะ เพราะบางคนจะลืมพาสเวิร์ดบ้าง ลืมการล็อคอินเข้าไปบ้าง เราต้องคอยช่วยเค้าค่ะ แต่อันนี้คุณครูบอกว่าเด็กนักเรียนเค้าช่วยเหลือกันได้ค่ะ
3. ในกรณีที่เด็กลืม Password เราต้องมาดูที่หน้าจอเครื่องคอมพิวเตอร์ให้เด็กอ่ะค่ะ ว่าพาสเวิร์ดเค้าคืออะไร แล้วไปบอกเด็กเค้าอ่ะค่ะ เด็กบางคนไม่ใส่ใจหรือไม่ฉลาดก้อไม่รู้นะคะ ไม่ยอมจดพลาสเวิร์ดตัวเองในสมุดเก็บไว้ บางคนหนักกว่านั้น จำไม่ได้แม้กระทั่ง User name ของตัวเอง เฮ้อ…
Period 1-2 จะเป็น Keyboarding ฝึกหัดการใช้งานคีย์บอร์ดอ่ะค่ะ ประมาณหัดพิมพ์ดีดเลยค่ะ ในแต่ละบทเรียนจะโชว์กราฟออกมาว่าสามารถทำได้เท่าไหร่ ถ้าพอใจผลงานตัวเองก้อสามารถผ่านไปเรียนใบบทเรียนต่อไปได้เลย และสามารถย้อนไปทดสอบบทเรียนเก่าๆได้ในกรณีที่ต้องการให้ผลงานออกมาดีกว่าเดิม คุณครูบอกว่าชั่งโมงนี้ค่อนข้างหน้าเบื่อ เพราะเด็กจะหัดพิมพ์ของเค้าไปเองเรื่อยๆ เราไม่ต้องทำอะไร แต่ต้องคอยดูพวกอู้งานไม่ยอมทำงาน หรือแว้บออกไปเล่นเกมส์อีกออนไลน์ตามเว็บต่างๆอ่ะค่ะ
Period 3 จะเป็น Study Island อันนี้จะประมาณการทำตัวอย่างข้อสอบในแต่ละวิชาที่เด็กลงเรียนอ่ะค่ะ ช่วยในการเตรียมความพร้อมสำหรับการสอบของเด็กด้วยนะคะ ว่าเค้าต้องปรับปรุงหรือเพิ่มเติมในวิชาอะไรบ้าง คลาสนี้ปัญหาสุดๆ วีรกรรมเยอะเชียว
จะเล่าวีรกรรมแต่ละ Period ให้ฟังกันค่ะ
Period 1 ห้องคอมพิวเตอร์ Keyboarding
คุณครูเค้ายังอยู่ทันตอนเด็กนักเรียนทะยอยเข้าห้องเรียน เลยกำชับเด็กว่าอย่ามีปัญหากับ Substitute Teacher เด็ดขาด มิฉะนั้น ได้เกรด 0 จากวิชานี้แน่ๆ อิอิอิ เราเลยไม่ต้องพูดขู่ ตอนเช็คชื่อก้อไม่มีปัญหา เพราะเด็กๆเค้านั่งเรียนตามเครื่องคอมฯหมายเลขเดิมไม่มีการเปลี่ยนสลับที่นั่ง แต่มีเด็กบางคนล็อคอินไม่ได้ เราก้อเดินไปช่วยดูให้ สรุป Period ผ่านไปด้วยดีค่ะ
Period 2 ห้องคอมพิวเตอร์ Keyboarding
เริ่มมี ปัญหานิดหน่อย เด็กๆเห็นเราหน้าแปลกๆมาใหม่ มาแทนคุณครูเค้า ถามโน้นถามนี่ กว่าเราจะได้พูด ต้องบอกว่าให้เงียบๆ เราก้อสั่งให้เด็กๆล็อคอินเข้าไปเช็คข้อความที่คุณครูสั่งงานไว้ให้ทำ หลายๆคนในคลาสนี้มีปัญหาเรื่องการล็อคอินและลืมพาสเวิร์ด แต่เราก้ออนุญาตให้เพื่อนเด็กนักเรียนช่วยเหลือกัน เลยมีเสียงพูดคุยกันพักนึง พอล็อคอินเข้าบทเรียนได้ ก้อหัดพิมพ์ดีดไปตามเรื่อง ค่อยเงียบลงบ้าง พีเรียดนี้มีเด็กบางคนแอบเล่นเกมส์ พอเราจับได้ก้อบอกว่ากำลังฝึกหัดบทเรียนที่คุณครูสั่ง แหม… ฉ้านไม่โง่ขนาดดูไม่ออกว่าเป็นเกมส์หรือบทเรียนนะยะ ไอ้เกมส์ที่เล่นก้อเป็นเกมส์ไพ่ที่อยู่ในวินโดวส์แหละค่ะ แถมมาเถียงเราอีกว่านี่แหละแบบฝึกหัดไม่ใช่เกมส์ เราเลยบอกไปว่าไอ้เกมส์ที่ยูเล่นอยู่นะ ฉันก้อเล่นอยู่เป็นประจำ ปิดซะแล้วทำแบบฝึกหัดของยูไป เออ… เอากะเค้าสิ
สักพักมีเด็กนัก เรียนชายยกมือเรียก บอกว่าเค้าทำแบบฝึกหัดล่วงหน้าไปบทที่ 8 แล้ว วันนี้พีเรียดนี้แค่บทที่ 4-5 เค้าขอไปห้องพยาบาลได้มั้ย เค้าปวดข้อมือ พิมพ์ที่คีย์บอร์ดไม่ได้เลย ต้องการไปห้องพยาบาลหายาทา แหม…เอาเข้าไป เราเลยต้องบอกว่า ยูไปห้องพยาบาลได้หลังจากพีเรียดนี้ช่วงเบรค ตอนนี้เวลาเรียนยูต้องอยู่ในคลาสเท่านั้น แล้วไอ้แบบฝึกหัดที่ยูทำน่ะ ย้อนกลับไปดูกราฟสิว่ายูควรจะปรับปรุงอะไรหรือเปล่า กลับไปทบทวนบทเก่าๆก้อได้ เท่านั้นแหละ ดูเหมือนว่าไอ้ข้อมือที่บ่นว่าปวดๆอยู่ ก้อสามารถพิมพ์คีย์บอร์ดได้คล่องเชียว เอาเข้าไปนะ….
แหม… พอพูดกะคนนี้แม่บๆ เหลือบไปเห็น 2-3 คนแอบเล่นเกมส์อีกแล้ว พอเดินมาข้างหลังห้องไอ้หน้าห้องก้อแอบเล่น พอเดินมาหน้าห้องไอ้หลังห้องก้อแอบเล่น เราเลยต้องบอกว่าถ้าเห็นเล่นเกมส์อีก จะไม่เตือนแล้วนะ จะจดชื่อทิ้งไว้คุณครูทันที ยูได้เกรด 0 จากวิชานี้แน่ๆ ค่อยกลับสู่สภาวะปกติหน่อยนึง
Period 3 ห้องคอมพิวเตอร์ Study Island
พีเรียดนี้ปัญหามากมาย ส่วนใหญ่เป็นเกรด 11-12 เด็กโตใกล้จบไฮสคูล เค้าว่าเค้าแน่อ่ะ พวกชอบลองของทั้งนั้น พวกเก๋าส์ๆทั้งหลายออกลวดลายกันน่าดู เด็กๆส่วนใหญ่ในคลาสนี้ล็อคอินไม่ได้ ลืมพาสเวิร์ดมากมาย เครื่องคอมแฮ้งค์ แอบออนไลน์ เล่นเกมส์ เปลี่ยนสลับที่นั่ง คุยในห้องเสียงดัง จะขอออกไปห้องน้ำ ไปล็อคเกอร์ ฟลุบหลับบนโต๊ะเรียน เฮ้อ… มันอะไรกันนี่ และแล้วเราก้อได้ยินเด็กนักเรียนคนนึงตะโกนบอกว่าเรา มีคนแอบมองที่ประตูกระจกห้องเรียนข้างๆ เป็นคุณครูคอมพิวเตอร์ห้องข้างๆชะโงกหน้าทางกระจกประตูระหว่างๆห้องคอยเช็ค ดูเราว่ามีปัญหาอะไรหรือเปล่านั่นเอง ซึ่งเจ้าหน้าที่และคุณครูที่เราสอนแทนได้ฝากเค้าช่วยดูแลเราอ่ะค่ะ เพราะเห็นเรามาใหม่ เค้ารู้ว่าต้องมีพวกชอบลองของแน่ๆ เลยฝากดูแลเราเป็นพิเศษ เราเลยเดินไปคุยกะคุณครูห้องข้างๆ เค้าถามเราว่ามีปัญหาอะไรหรือเปล่า เราก้อบอกว่ามีพวกลองของ แอบเล่นเกมส์ แอบออนไลน์ ไม่ทำแบบฝึกหัด และก้อคุยๆๆๆ คุรครูท่านนั้นเลยเดินเข้ามาคุยกะเด็กที่ห้องให้ คุณครูเธอค่อนข้างดุ เฮียบ พอสมควร บอกว่าถ้าคนใดไม่ต้องการที่จะเรียนให้ยกมือขึ้น คุณเธอจะพาไปที่ Front Office แล้วพวกชอบแอบเล่นเกมส์และออนไลน์จะจดชื่อส่งให้คุณครูประจำวิชาใส่เกรด 0 โดยไม่มีการเตือนอีกแล้วนะ ใครอยากจะลองดูก้อได้ว่าคุณครูเธอจะทำจริงหรือเปล่า ก๊าก… พวกเด็กๆจ๋อยไปเลย ข้าพเจ้าขอคารวะและจดจำมุขนี้ไว้ใช้ตอนต่อไป อิอิอิ
ตอนอยู่ ในคลาสพีเรียดที่ 3 ทาง front office ก้อโทรศัพท์มาที่ห้องบอกว่า จบพีเรียดนี้ช่วยมาที่ front office หน่อย มีคลาสจะให้ช่วยแทนอีก 1 พีเรียด Oh! My god เอานะ ไหนๆก้อไหนๆแล้วนะคะ
พอ จบ Period 3 เราก้อไปที่ Front Office ไปรับงานต่อไปค่ะ คือไปสอนแทนคุณครูท่านนึงลางานแบบฉุกเฉิน เพราะทราบข่าวว่าคุณสามีถูกงูกัด เลยต้องไปโรงพยาบาลอ่ะค่ะ คุณครูท่านนี้มีสอน 4 Periods ค่ะ เป็น Period ที่ 4-7 ค่ะ เจ้าหน้าที่เลยให้เราไปแทนใน Period ที่ 4 แล้วจะให้เราพักทานกลางวันใน Period ที่ 5 และกลับมาสอนต่อใน Period ที่ 6-7 เจ้าหน้าที่บอกว่าจะให้ Substitute Teacher อีกท่านนึงมาสอนใน Period ที่ 5 ในระหว่างเราพักกลางวันให้ เราจะได้มีเวลาพัก Substitute Teacher ที่มาช่วยใน Period ที่ 5 เค้าบอกว่าเค้าสอนแทนแบบยาวเลย ตั้งแต่ Period ที่ 1-5 เค้ารอเรามารับช่วงต่อ เค้าจะได้กลับบ้านซะที วันนี้เล่นเอา Substitute Teacher เหนื่อยไปตามๆกันค่ะ
ถ้าเราไปสอนแทนแค่คุณครู ท่านเดียว จะไม่เหนื่อยมาก ไม่ต้องวิ่งหลายห้อง แล้วมีเวลาพักกลางวันที่แน่นอน แต่ถ้าเราไปสอนแทนคุณครูตั้งแต่สองท่านขึ้นไป เราอาจจะไม่ได้พักในวันนั้นๆเลยค่ะ และต้องวิ่งเปลี่ยนห้องช่วงเด็กๆเปลี่ยนคลาส เดินจะชนกะเด็กๆตาย ต้องคอยหลบดี เพราะต่างคนต่างรีบน่ะค่ะ
ที่หน้าห้องเรียนแต่ละห้อง คุณครูจะยืนรอเช็คเด็กๆที่หน้าห้องเรียน จะยืนรอจนกว่านักเรียนจะมาครบหรือเกือบได้เวลาสอนถึงจะเดินเข้าห้องเรียนน่ะ ค่ะ พอจบคลาสต้องออกมายืนหน้าห้องอีก และต้องคอยเช็คเด็กๆให้ออกจากห้องด้วยค่ะ ในชั่งโมงสุดท้ายคุณครูต้องรอจนกว่าเด็กออกจากห้องเรียนหมด ปิดไฟ ปิดประตูห้องเรียนด้วยค่ะ
Period 4 ห้องภาษาอังกฤษ Speech
งานที่เด็กต้องทำ คือ หาคำแปลของศัพท์ 29 คำ จากหนังสือเค้าในบทเรียนที่ 1 เขียนลงบนกระดาษ แล้วส่งเรา
Period นี้ค่อนข้างมีปัญหาเรื่องการรับงานค่ะ เพราะคุณครูท่านรีบไปโรงพยาบาล ท่านทิ้งโน๊ตกระดาษไว้ให้เราบนโต๊ะ แล้วเขียนสั่งงานเด็กๆไว้บนกระดาน ก็ดูเหมือนจะโอเคดีนะคะ แต่เราหารายชื่อเด็กนักเรียนในคลาสไม่เจอน่ะค่ะ ไม่รู้อยู่ตรงไหน เลยใช้วิธีนับจำนวนแล้วแนบกับ Paper Work ที่เด็กๆทำส่ง มาทราบภายหลังว่าเด็กมีจำนวนครบตาม Class Routers ค่ะ ชั่วโมงนี้มีเด็กคละกันตั้งแต่ Grade 9-11 มีเด็กเก๋าส์ลองของ 1 คนเป็นเด็กชายผิวขาว เริ่มด้วยนั่งเล่นเกมส์ที่เครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณครู และหลังจากนั้นไม่ยอมทำงานที่สั่งไว้ เราเลยต้องกำกับอยู่ข้างๆบ่อยๆ ท้ายที่สุด เราบแกว่า เราจะพูดกับเค้าเป็นครั้งสุดท้ายแล้วว่า ถ้าไม่ต้องการที่จะทำงานส่ง ก็ให้เขียนชื่อและนามสกุลลงบนกระดาษและส่งกระดาษเปล่าๆมา เราจะส่งให้คุณครูเค้าอย่างนั้น ท้ายที่สุดก็โยกโย้จนไม่ส่งงานแหละค่ะ แต่ได้เวลาที่เราต้องปล่อยให้เค้าไปทานกลางวันที่โรงอาหาร เลยต้องปล่อยเค้าไป เพราะที่โรงเรียนจะเช็คชื่อเด็กนักเรียนทานกลางวันเป็น Period ในแต่ละคลาสน่ะค่ะ เด็กนักเรียนที่นี่เยอะ จะพักทานกลางวันใน Period ต่างกันน่ะค่ะ
พอ จบ Period 4 พี่ฝนต้องพาเด็กๆไปโรงอาหารด้วยนะคะ เค้าจะเดินกันเป็นแถวไปอ่ะค่ะ แต่เด็กที่นี่เชียวจัด เดินไม่รอเราเลย ที่โรงอาหารเด็กๆแต่ละคลาสจะเดินเข้าแถวเพื่อรับอาหารกันน่ะค่ะ เข้าไปได้เป็นห้องๆไปค่ะ คละห้องเรียนกันไม่ได้เลย ที่โรงอาหารจะมีคุณครูค่อยจัดระเบียบด้วยนะคะ เป็นคุณครูประจำโรงอาหารโดยเฉพาะเลยค่ะ จำชื่อเรียกไม่ได้ ว่าเค้าเรียกว่าอะไรนะคะ เดี๋ยวจะถามคุณสามีมาให้นะคะ ติดไว้ก่อน อิอิอิ
พอ เด็กๆเข้าโรงอาหารหมดแล้ว เราก็ได้เวลาพักกลางวันซะทีนะคะ ในระหว่างนี้เราก็เดินไปที่ Front Office ไปขอรายชื่อเด็กๆในคลาส เพราะเราจะได้เช็คชื่อเด็กๆได้อ่ะค่ะ
Period 6 ห้องภาษาอังกฤษ Speech
งานที่เด็กต้องทำ จับกลุ่ม 3 คน ช่วยกันระดมความคิด ทำ Paper Work ส่งตอนท้ายชั่วโมงค่ะ
เด็ก คลาสนี้เป็นเด็ก Grade 11 ทั้งหมด 23 คนค่ะ มีปัญหาตั้งแต่การจับกลุ่ม ฉันไม่เอาเธอ เธอไม่เอาฉันเข้ากลุ่ม จากกลุ่มละ 3 คน ก็เป็นกลุ่ม 2,3,4 และเดี่ยว เออ… เอากันเข้าไปนะ เรื่องคุยกันเสีบงดัง งานนี้แซดเลย เพราะเค้าต้องพูดกันในกลุ่มอ่ะค่ะ บางครั้งออกจะเสียงดังมากๆ เราก็รอดูว่าเมื่อไหร่จะเงียบ ไม่เงียบซะที จนเด็กบางคนทนไม่ไหว คอยเบรคเพื่อนๆให้เงียบกันเอง เพราะเราพูดเค้าก้อเงียบแต่ 3 วินาทีเท่านั้นน่ะค่ะ พอเริ่มได้คุย Volume ก็เพิ่มขึ้นๆโดยอัตโนมัติ ก็มีการเบรคลงเป็นระยะน่ะค่ะ เดี๋ยวห้องข้างๆเค้าจะทนไม่ไหวเอานะคะ
คุณ สามีแวะมาดูเราที่ห้องเรียน พอเด็กๆเห็นหน้าสามีเราเงียบกริบโดยอัตโนมัติเลย หุหุหุ งานนี้เปลี่ยนไปเป็นคนละคลาส คนละเรื่องเลย เค้าค่อนข้างกลัวคุณสามีอ่ะค่ะ เพราะคุณสามีเป็นคุณครูหน่วยปราบปรามเด็กค่ะ สามารถตีทำโทษเด็กได้ด้วย เด็กเลยกลัว งานนี้คนจริงมาได้เงียบไปพักนึง พอคล่อยหลังคุณสามีเรา ก็กลับสู่สภาวะเดิม ก๊าก… เราก็ปล่อยเค้านะคะ ให้มีงานมาส่ง แล้วห้องข้างๆไม่มาเคาะห้องเป็นใช่ได้ เรื่องเสียงดังไม่รบกวนโสตประสาทเราเท่าไหร่หรอก เราทนได้ อิอิอิ
คุณ ครูที่มาแทนห้องข้างๆบอกเราว่า เค้าไม่ชอบสั่งงานเด็กให้จับกลุ่มระดมความคิดซะเท่าไหร่ เพราะเสียงจะดังแบบไม่มีขีดจำกัดเลย เค้าจะทนไม่ไหวเอา ต้องเปลี่ยนเป็นทำงานเดี่ยวเอา เด็กที่นี่พอคุยแล้วเบรคไม่อยู่ค่ะ อิอิอิ
Period 7 ห้องภาษาอังกฤษ Speech
งานที่เด็กต้องทำ หาความหมายของศัพท์เหมือน Period ที่ 4 ค่ะ
คลา สนี้มีเด็กคละกันตั้งแต่ Grade 9-11 จำนวน 13 คน มีผู้ชายแค่ 3 คนเองค่ะ เมื่อเทียบกันเด็กที่สอนมาทั้งวัน เด็กคลาสนี้น่ารักน่าชมเชยที่สุด เงียบที่สุด มีปัญหาน้อยที่สุด จนเด็กในคลาสเองบอกว่า คลาสเค้าไม่เคยทำงานกันเงียบๆขนาดนี้มาก่อนเลย หุหุหุ คลาสนี้มีเด็กชายโดดเรียน 1 คน แต่เราก็ตามตัวมาจนได้ อิอิอิ เช็คชื่อแล้วเค้าไม่อยู่ที่ห้อง ถามเพื่อนๆเค้าได้ความว่า เค้าเพิ่งจะย้ายมาลงที่ Period นี้ วันนี้เป็นวันแรกของเค้า แต่เด็กหนีไปโรงอาหารซะอย่างงั้นน่ะ ให้เหตุผลเราว่าเค้าสับสนจำตารางเรียนไม่ได้ว่าเค้าลงเรียน Class ไหน Period บ้าง เราเลยยกหูโทรศัพท์ไปที่ Front Office ให้จัดการให้ เด็กโดยตามตัวไปที่ Front Office และกลับมารายงานตัวที่เราพร้อมตารางเรียน ก๊าก…
พอหมดเวลาเรียนเด็กๆเค้าจะรีบไปขึ้นรถบัสกลับบ้านกันค่ะ ไม่ค่อยมีเด็กอู้อยู่โรงเรียนกันเท่าไหร่ เพราะส่วนใหญ่ใช้บริการรถบัสโรงเรียนกันค่ะ แต่เราก็ต้องรอเด็กๆออกจากห้องเรียนจนหมด แล้วก็ปิดไฟ ปิดประตู กลับไปรายงานตัวที่ Front Office ก่อนกลับบ้าน เฮ้อ… การทำงานเป็น Substitute Teacher วันแรก เล่นเอาหมดแรงเลย ใช้กำลังภายในไปเยอะ หุหุหุ
Fingerprint
สำหรับผู้ที่ทำงานในตำแหน่งครู หรือ Substitute Teacher หรือตำแหน่งอื่นใดที่โรงเรียน ต้องพิมพ์ลายนิ้วมือเก็บไว้เป็นที่สำนักงานของโรงเรียนด้วยนะคะ
A fingerprint is an impression of the friction ridges on all parts of the finger. A friction ridge is a raised portion of the epidermis on the palmar (palm) or digits (fingers and toes) or plantar (sole) skin, consisting of one or more connected ridge units of friction ridge skin. These are sometimes known as “epidermal ridges” which arecaused by the underlying interface between the dermal papillae of the dermis and the inter papillary (rete) pegs of the epidermis. These epidermal ridges serve to amplify vibrations triggered when fingertips brush across an uneven surface, better transmitting the signals to sensory nerves involved in fine texture perception. The ridges do not assist in gripping objects, sometimes in fact reducing grip to as much as 30% compared to completely smooth finger pads.
Credit: Wikipedia
Why join Ebates?
Because Ebates pays you cash back every time you shop at over 1,100 top online stores. Ebates is always FREE to join and FREE to use. It’s that simple. Try it now and see for yourself, and claim your bonus gift card as new member. And PLEASE put my email “chaya_nut@yahoo.com” to be “Referrer”, Thank you
Substitute Teacher
วันนี้ได้รับจดหมายจากทางโรงเรียนที่เราสมัครงานไปในตำแหน่ง Substitute Teacher ว่าคุณสมบัติเราผ่านการอนุมัติให้เป็น Substitute Teacher แล้วค่ะ ไชโย…. ได้งานทำงานแล้ว ทางโรงเรียนให้เราติดต่อทางสำนักงานของโรงเรียนเพื่อพิมพ์ลายนิ้วมือและทำประวัติ หลังจากนั้นก็รอทางโรงเรียนโทรมาเรียกตัวไปทำงานค่ะ
การทำงานที่โรงเรียน ไม่ว่าจะตำแหน่งใด ต้องผ่านการพิมพ์ลายนิ้วมือด้วยนะคะ หลายคนคงจะสงสัยว่าตำแหน่งงาน Substitute Teacher คืออะไร ทำหน้าที่เกี่ยวกับอะไรนะคะ
Substitute Teacher เป็นตำแหน่งงานชั่วคราว ประมาณงานพาร์ทไทม์น่ะค่ะ ไม่มีเงินเดือน ไม่มีสวัสดิการ ได้ค่าจ้างเป็นรายวันหรือชั่วโมง ชื่อตำแหน่งนี้ถ้าแปลเป็นไทยและเรียกให้ไพเราะ ก็น่าจะประมาณ “ครูรักษาการ” นะคะ ในกรณีที่คุณครูตัวจริงลางานหรือขาดงาน ไม่สามารถมาทำงานตามปกติได้ ทางโรงเรียนจะโทรศัพท์ตาม Substitute Teacher ให้ไปทำงานแทนคุณครูตำแหน่งที่ขาด ตำแหน่งนี้ไม่จำเป็นต้องมีใบอณุญาตการสอน วุฒิการศึกษาขั้นต่ำระดับมัธยมศึกษา อัตราค่าจ้างจะขึ้นอยู่กับ วุฒิการศึกษาและประสบการณ์การสอน ค่ะ
อัตราค่าจ้างในตำแหน่ง Substitute Teacher ในประเทศสหรัฐอเมริกาเฉลี่ยอยู่ที่ 80 ดอลล่าร์ โรงเรียนนอกเมืองจะอยู่ที่ประมาณ 40 ดอลล่าร์ แต่ถ้าเป็นโรงเรียนในเมืองใหญ่ๆ อาจจะถึง 200 เหรียญต่อวันเชียวนะคะ
A substitute teacher is a person who teaches a school class when the regular teacher is unavailable; e.g., because of illness, personal leave, or other reasons. While “substitute teacher” is the generally used phrase in the United States, Canada, Ireland and often Australia, supply teacher is the more common term in the United Kingdom (though the term is also used in Canada), Relief teacher is also used in Australia and New Zealand. An “emergency teacher” or a “sub” is another name for a substitute teacher in the US and Australia. There are also various other terms which may be used in a particular region (such as teacher on call T.O.C. in the Canadian province of British Columbia).
ข้อมูลจาก Wikipedia, the free encyclopedia
Lime 10 for 1 Dollar
วันนี้ไปช้อปปิ้งที่ Kroger มาค่ะ เจอมะนาว 10 ลูกในราคาหนึ่งดอลล่าร์ งานนี้ไม่ซื้อไม่ได้แล้ว รีบเข้าไปเลือกคัดใส่ถุงเลยค่ะ เพราะคราวก่อนซื้อที่ Ramey 3 ลูก ราคา 1.19 เหรียญ ราคาต่างกันเยอะเลยนะคะ งานนี้จะได้เอามาทำน้ำยำเก็บใส่ตู้เย็นเพิ่มค่ะ มะนาวลูกใหญ่และเป็นแบบไม่มีเมล็ดค่ะ เลยเลือกคัดเอาแต่ลูกที่มีผิวบางๆจะได้คั้นง่ายๆได้น้ำมะนาวเยอะๆนะคะ